Untitled Document
 
 
 
• เรื่องจริง ใช่ไม๊ ??? •
 

ในที่สุดสิ่งที่แอบกังวลก็เกิดขึ้นกับครอบครัวเราจริงๆ นับตั้งแต่ พ่อป่วย(คุณตาของลิง 2 ตัว) มีอาการเจ็บคอ
กลืนอะไรแข็งๆ ไม่ได้ ก็ไปหาหมออยู่ประมาณ 2 รพ. ในที่สุด หมอที่รพ.สุดท้ายก็ทำหนังสือส่งตัวไปให้
หมอที่รพ.รามา ทำการวินิจฉัยและรักษา โดยพบว่ามีก้อนเนื้อในกล่องเสียง หมอก็เลยนัดผ่าโดยการส่งกล้อง
เข้าไปในคอ พร้อมทั้งตัดชิ้นเนื้อก้อนนั้นไปตรวจอย่างละเอียด นับตั้งแต่วันที่พ่อผ่า ออกจาก รพ.มาคือวันที่
 14 ก.ย วันนี้ 22 ก.ย หมอนัดไปฟังผลตรวจของชิ้นเนื้อ  โทรหาแม่ตอน 11 โมง (แม่พาพ่อไป รพ. ) ยังไม่ได้
เจอหมอ คงต้องบ่ายๆ บ่าย 3 โทรอีกรอบ แม่บอกว่าเอายาอยู่  พอ 4โมงกว่า โทรหาอีกรอบ แม่กับพ่ออยู่บ้าน
แล้ว ถามแม่ว่าเป็นไงหมอว่าไง แม่นิ่งๆ แล้วก็บอกว่าค่อยมาคุยที่บ้าน เราบอกว่า บอกมาเลยเราใจร้อน แม่ว่า
 พ่อไม่ให้บอกกลัวเราไม่สบายใจ สุดท้ายแม่ก็บอกว่า ..พ่อเป็นมะเร็งที่กล่องเสียง แต่ไม่รู้ว่าเป็นขั้นที่เท่าไหร่
เพราะพ่อไม่บอก (แต่จริงๆ แล้วหมออาจบอกพ่อมาแล้ว)ผ่าไม่ได้เพราะจะทำให้เสียงไม่มี ต้องรักษาโดยการ
ฉายแสง....ฟังแล้วนิ่งไปสักพัก คิดไม่ออก เหมือนอะไรมันมาแน่นอยู่ในอก ใจนึงไม่อยากให้ฉายแสง
อยากหาข้อมูลก่อน แต่แม่ว่าหมอนัดอาทิตย์หน้า เลยบอกแม่ว่าเดี๊ยวกลับบ้านแล้วค่อยคุย ขับรถกลับบ้านแบบ
หนักๆในใจบอกไม่ถูก พี่อิงค์อยู่ใรถระหว่างกลับบ้าน ก็เล่าให้พี่อิงค์ฟัง เลยบอกพี่อิงค์ว่า ขอเวลาแม่แป๊ปนะ
ไปจอดรถร้องไห้ในปั๊มน้ำมัน  ร้องให้แมร่งสะใจ ก่อนเข้าบ้าน ก็เลยกลายเป็นว่า 2 คนแม่ลูก ร้องไห้กันในรถ

กลับเข้าบ้าน ระหว่างพ่ออาบน้ำ นั่งคุยกับแม่ แม่บอกว่า ..พ่อเฉยมาก ตอนคุยกับหมอ คุยกับพยาบาล ดูปกติ
เพราะก่อนหน้านี้ที่จะรูผล พ่อเคยบอกแล้วว่า ถ้าเป็นก็เป็น ช่างมันรักษาไปตามอาการ พยาบาลถามว่าลุงรู้สึก
ยังไงที่รู้ว่าเป็นมะเร็ง พ่อยิ้ม แล้วก็ตอบว่า ........เป็นก็เป็นครับ ทำไงได้ แต่ไม่อยากรักษา ไม่อยากทำอะไร
ทั้งสิ้น ..........แต่แม่ก็แย้งว่าถ้าไม่รักษา มันจะทรมาน และเจ็บกว่านี้ เพราะตอนนี้เหมือนกลืนอะไรแข็งๆ
ไม่ได้   หมอก็บอกว่าให้รักษาร่างกายให้แข็งแรง รักษาความสะอาดของช่องปาก แม่ว่าพอกลับมาบ้าน
พ่อก็ย้ำอีกว่าไม่ต้องบอกลูกนะแม่บอกว่า พ่อเฉย ดูไม่เครียด กินข้าวได้ ดูกีฬา เล่นกับอัยย์ ได้อย่างปกติ
ไม่ซึม ไม่นั่งนิ่งๆ ทำชีวิตปกติ แต่เรา 2 คน กับแม่นี่ซิ เวลาแอบมองพ่อตอนเผลอทีไร มันบอกไม่ถูกจริงๆ
บอกไปคงไม่เข้าใจ แต่บอกแม่ไปว่า เอาเหอะแม่ถ้าพ่อแข็งแรง และมีกำลังใจดี ทุกอย่างมันต้องมีทางออก
ให้เราอย่างสบายใจได้บ้าง  เราต้องอยู่คู่กับเค้า เป็นกำลังใจให้เค้า ไปเรื่อยๆจนกว่า ทุกอย่างมันจะดีขึ้น
ห้ามท้อ ห้ามเหนื่อย ห้ามอ่อนแอ ให้พ่อเห็น แม่แอบบ่นว่า พ่อน่ะดื้อนะ ท่าทางเหมือนจะไม่อยากรักษา
ไม่อยากไปทำอะไร ไม่ว่าจะฉายแสง หรือ อะไรทั้งสิ้น บอกแม่ไปว่า ไม่เป็นไร เดี๊ยวค่อยๆ คุย หรือ ให้
อิงค์ กับ อัยย์ ค่อยๆ บอก ค่อยพูด ถ้าเมียพูด ลูกพูดไม่เชื่อ หลานพูดอาจจะเชื่อ

เราแอบคิดและกังวล กับหลายๆสิ่ง ที่ยังมาไม่ถึง แต่ไม่อยากให้เม่ไม่สบายใจ เอาเป็นว่า ครอบครัว
เราจะสู้กับโรคนี้ไปพร้อมๆกัน ก็แล้วกัน ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่า จุดที่จะจบออกมาสวยหรือไม่สวย
อยากบอกพ่อว่า อย่าเพิ่งท้อนะ เพราะมันเพิ่งเริ่มต้น โมกับแม่ จะดูแลพ่อให้ดีที่สุด  / 22 กันยายน 2554

(พิมพ์ไปร้องไห้ไป  หดหู่ได้โล่ห์)

     Share

<< HBD 6 ขวบเต็มปิดเทอมแล้ว >>



timetopost
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 


เป็นกำลังใจให้นะคะ
นี   
Fri 23 Sep 2011 14:49 [2]

เอาใจช่วยนะคะ คุณตากำลังใจดีแล้ว คนรอบๆข้างต้องอย่าเสียกำลังใจนะคะ ที่สำคัญน้องโมต้องดูแลตัวเองดีๆ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ที่เหลือก็แค่ทำดีที่สุดด้วยสองมือและหัวใจ

ขอให้คุณตาหายในเร็ววันนะคะ ^^
P'มาดี   
Thu 22 Sep 2011 21:42 [1]