Untitled Document
 
 
 
• ผลสอบมาพร้อมน้ำตา •
 

วันที่ 10/10/2554 เป็นวันไปรับผลสอบของพี่อิงค์  ได้ไปเจอเพื่อนๆ ของพี่อิงค์บางคน แอบ
เห็นเด็กบางคน ม.2 ทำสีผมด้วย จ๊าบจริงๆ ชอบๆๆ แต่ คุณครูคงไม่ชอบ 555
พี่อิงค์เดินไปรับ ผลสอบแล้วก็เรียกให้แม่ไปหา บอกว่าไปเหอะ กลับบ้าน แม่ก็เลยถามว่าได้
เท่าไหร่พี่อิงค์บอก 3.2 แม่โอเค รับได้ แต่ในใจแอบคิดหวังไว้ว่า พี่อิงค์น่าจะได้ประมาณ 3.5
เพราะคะแนนแต่ละวิชาไม่น่าขี้เหล่ แต่พอดูสมุดพกแล้วก็บางอ้อ ว่าส่วนใหญ่มี 3 / 3.5 / 4
มีแค่ 3 วิชา ที่ได้ 2.5 คือ วิทย์ อังกฤษ ธุรกิจ  ซึ่งพอมานั่งวิเคราะห์แล้ว พอหาสาเหตุได้ว่า
พี่อิงค์ ส่งงานช้าก็เลยถูกหักคะแนน หรือ งานบางชิ้นอาจขาดไปบ้าง แม่เข้าใจได้ แล้วก็คิด
ว่าพี่อิงค์เองก็คงพอรู้ว่า อะไรคือปัญหา

แต่พอขึ้นรถ ป๊าก็ถาม พร้อมกับทำหน้าไม่พอใจ แล้วก็บ่นๆๆๆๆๆๆ หันมาบ่นแม่อีกต่างหาก
ในหลายเรื่องแม่แอบคิด(ทั้งปี กรูทั้งปี อะไรก็กรู ลูกสอบได้ไม่ดีก็กรู ฮ๋วย) บ่นและถามในสิ่งที่
ไม่น่าถาม จนพี่อิงค์ร้องไห้ พาลเอาแม่เซงไม่อยากพูดอะไรด้วย เพราะแม่รู้ว่า ลำพังพี่อิงค์เอง
ก็รู้สึกไม่ดีเช่นกัน เพราะพี่อิงค์รู้สึกว่า ตัวเองตั้งใจมากกว่าปกติ และก็หวังว่าน่าจะได้มากกว่า
นี้ แล้วอีกอย่างที่พี่อิงค์รู้สึกคือเพื่อนๆ ในกลุ่ม ได้คะแนนมากว่านิดหน่อย ซึ่งแม่ก็ต้องอธิบาย
และปลอบว่า
“ช่างมันไม่ต้องไปคิดเพราะมันผ่านไปแล้ว แก้ไขไม่ได้ เพราะฉะนั้นเทอมหน้า
เอาใหม่รู้แล้วว่า รูรั่วตรงไหน อุดตรงนั้น ไม่ต้องไปเสียใจ ร้องไห้แล้วไม่ได้เกรดเพิ่มนะลูกนะ
อีกอย่างที่พี่อิงค์จะต้องคิดและตระหนักไว้คือ  เราหัวอาจไม่ดีเท่าคนอื่น แล้วเราได้พยายาม
มากว่าคนอื่นไม๊ คนอื่นอ่าน 2 รอบ เราอ่านกี่รอบ ถึงจะจำได้แบบเค้า ถามว่าเราได้พยายาม
มากพอหรือยัง ตั้งใจและทุ่มเทให้มันมากพอรึเปล่า เพราะฉะนั้น ถ้าตอบตรงนี้ได้แม่ว่า
พี่อิงค์คงเข้าใจในสิ่งที่แม่พูดได้มากขึ้น พี่อิงค์บอกว่า
“ถ้าป๊าเข้าใจเหมือนแม่คงดีกว่านี้”
เอาน่า ป๊าเค้าก็อยากให้ลูกได้คะแนนดีๆ เพราะคะแนนสะสม ของ ม.1-3 มันมีผลกับการ
เรียนต่อ ม.4 .........แม่คิดว่าแม่เข้าใจทั้งป๊า และพี่อิงค์ ว่าต่างคนต่างคิดยังไง

แม่เองก็แอบเหนื่อย กับอะไรหลายๆอย่างที่ป๊าเป็น บางทีป๊าไม่ค่อยเข้าใจ แต่แม่ก็พยายาม
เป็นคนกลางในการสื่อสารให้ป๊าได้เข้าใจว่า สิ่งที่ลูกทำนั่นคือเต็มที่แล้ว เราต้องคอยให้กำลัง
ใจ อย่าซ้ำเติมถ้าวันนึงลูกไม่มีความสุขเมื่ออยู่บ้าน หรือ คิดว่าคนในบ้าน ไม่เข้าใจ ไม่ให้กำ
ลังใจ  หรือไม่อยากพูดคุยกับคนในครอบครัว แล้วลูกหันไปหาคนนอกบ้าน เมื่อนั้นป๊าจะ
ต้องเสียใจ เพราะถึงตอนนั้นอาจสายไปสำหรับทุกๆอย่าง แม่ไม่อยากให้บ้านเราต้องเจอสภา
วะแบบนั้น  ช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้นวัยรุ่น ต้องคุย ต้องเข้าใจ ต้องเปิดโอกาส และอย่าคาดหวัง
ในสิ่งที่เด็กอายุ13 จะทำให้ได้อย่างที่คนวัย 40 ต้องการ ทุกอย่างเป็นไปตามวัย

     Share

<< ปิดเทอมแล้วกระแสน้ำท่วม >>



timetopost
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 


โอววว .. น้องอิงค์ หนูเก่งมากๆ เลย^^ อาจมีบางจุดที่เราพลาดไปบ้าง แต่วันข้างหน้าต้องดีกว่านี้แน่ๆ

หนูเห็นเกรดน้องอิงค์แล้ว ,, มานึกถึง ถ้าน้องชายได้เกรดแบบเฉียดๆน้องอิงค์บ้าง (ไม่ต้องมากเท่าหรอก แค่เกือบสามก็ดีถม).... บ้านหนูคงปิดซอยเลี้ยงฉลองอ่ะ 5555555

น้าโมอย่าเครียดน๊า(แต่หนูก็รู้น้าโมไม่เครียด แค่เป็นฝ่ายประสานงานด้านความเข้าใจระหว่างป๊าก่ะพี่อิงค์ ชิมิ >< )


ชอบประโยคสุดท้ายจังเลย
เพราะ วัยแบบหนู ความสุขของแต่ละคนอาจกระจายตามสถานที่ต่างๆ.....แต่สำหรับหนูบ้านเป็นที่พักใจที่ดีที่สุดเลยหล่ะ ^______^
เจ้าโม   
Mon 17 Oct 2011 18:24 [1]