Untitled Document
 
 
 
• พ่อมีเพื่อนชื่อมะเร็ง •
 

ตั้งแต่ที่รู้ว่าพ่อรู้ว่าตัวเองป่วย เป็นมะเร็งที่กล่องเสียง การรักษาและการดูแล(ตามวิธีการ
ที่พ่อเลือก)ก็เป็นไปอย่างที่พ่อต้องการ นั่นคือ มีการไป
xrayฟัน เนื่องจากต้องมีการ
ฉายแสงที่ลำคอ เพราะฉะนั้นฟันจะต้องไม่ผุ แต่ผลการ
xray คือพ่อมีฟันผุ 6 ซี่ ต้องถอน
แต่ถ้าหลังจากฉายแสงแล้ว มีฟันผุเพิ่ม ทำอะไรไม่ได้ แล้วต้องมีการเจอะหน้าท้องเพื่อให้อาหารผ่านทางหน้าท้อง แล้วต้องไปฉายแสงทุกวัน รวมถึงได้มีการคุยรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับขั้นตอนวิธีการรักษาหมอบอกให้พ่อกลับมาปรึกษากับคนในครอบครัวก่อนว่า
จะรักษาแบบแผนปัจจบันคือ ฉายแสงและให้คีโม หรือว่าจะอย่างไรดีตรงนี้แล้วแต่คนไข้  ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปจากพ่อ พ่อคุยกับแม่ ละคุยกับเราว่า พ่อขอตัดสินใจเองนะ เพราะร่างกายเป็นของพ่อ พ่อไม่อยากให้แม่กับเราต้องลำบาก ในการดูแลรักษา หิ้วกันไป หิ้วกัน
มาไป รพ. พ่อว่าปีนี้พ่อ 78 แล้วอยู่มานานแล้วผ่านเรื่องราวมามากมาย ถ้าจะต้องมาเจ็บ
ตัว หรือมาทรมานกับวิธีที่หมอว่าแล้วก็ไม่สามารถบอกได้ว่าจะหายหรือไม่ เพราะฉะนั้นตอนนี้ พ่อยังเดินได้ กินอาหารได้ ทำงานบ้านได้ ดูแลหลานๆได้ ขอให้พ่อได้ทำเถอะ
อย่าให้พ่อต้องกลายเป็นคนป่วย นอนอยู่กับเตียง ทำอะไรไม่ได้ต้องรอคนอื่นมาทำอะไรๆให้เลย ณ.ตอนนี้ ยังทำอะไรๆ ได้อยู่ ยังแข็งแรงอยู่ ขอให้พ่อได้อยู่แบบนี้ดีกว่า ไม่ต้อง
ห่วงเรื่องกำลังใจ เรื่องความท้อแท้ เรื่องความเครียด เพราะไม่รู้ว่าจะเครียดไปทำไม
รักษาก็ตาย ไม่รักษาก็ตาย ตายเร็วตายช้า ยังไงก็ตาย ไม่ต้องห่วง อยู่มาได้ขนาดนี้
ก็คุ้มแล้ว พ่อว่า มะเร็งมันอยากอยู่กับเรา เราก็อยู่กับมันไปเนี่ยแหละ ถ้าเราตายมะเร็ง
ก็ตาย ถ้าเราอยู่มะเร็งก็อยู่ อยู่เป็นเพื่อนกันไป

ทั้งเราและแม่เลยยอมรับในสิ่งที่พ่อตัดสินใจ  วันรุ่งขึ้นพ่อไป รพ.กับแม่ เพื่อไปเซ็นต์
เอกสารของทาง รพ.ว่า เราจะไม่รักษาในแบบที่หมอกำหนด หมอก็พยายามกล่อมแล้ว
ก็กล่อมอีก แต่พ่อก็ยังยืนยันว่าพ่อไม่ทำ สุดท้ายหมอยอมจำนน แต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้
บอกกับพ่อว่า
“คุณลุงไม่ต้องห่วงนะครับ ถ้าคุณลุงไม่รักษาแบบที่ผมแนะนำ แต่ถ้า
คุณลุงมีอาการเจ็บ หรือ ป่วยอะไรมาหาผมได้เลย มาถึงแล้วให้พยาบาลแจ้งผมได้
เลย ผมรักษาให้เอง
”

หลังจากนั้นพ่อก็กลับมาบ้าน ทำทุกอย่างเหมือนปกติ ปฎิบัติตัวไม่เหมือนคนป่วย เพียง
แต่แม่ก็จะเป็นคนดูแลเรื่องอาหารการกินมากเป็นพิเศษ แล้ววันนึงพ่อก็บอกว่าพ่ออยาก
ลองไปหาหมอเทวดา ที่สิงห์บุรี(ซึ่งข้อมูลต่างพ่อมีหมดแล้ว เพราะอ่านเจอในหนังสือ
แล้วก็ตัดๆ เอาไว้) ก็เลยบอกว่าไปเลยลองดู ออกเดินทางกันตั้งแต่ตี 3 กว่าไป ไปถึง
ร้านหมอได้คิวเป็นคิวที่ 8 คนมาจากไหนไม่รู้ล้นหลามมาก 8 โมงหมอเริ่มลงตรวจ
เนื่องจากพ่อเป็นคนไข้ใหม่ หมอต้องตรวจใหม่โดยละเอียด โดยส่งไป
xray วัดความ
ดัน ให้น้ำเกลือ ผลการตรวจและ
xray เห็นจุดขาวในคอ ขนาดประมาณเหรียญสลึง
(รุ่นใหม่ที่เล็กๆจิ๋ว) แต่ก็มีจุดขาวๆเล็กๆมาก บริเวณไหปลาร้า แล้วหมอก็จัดยามาให้
มียากินเป็นสมุนไพรเม็ดๆ พร้อมกับยาต้ม 2 ห่อกว่าจะได้กลับมาวันนั้น บ่าย 3 โมง
พ่อเริ่มกินยาหมอเทวดาวันที่1 ตุลาคม 2554 มาจนถึงวันนี้ ก็เดือนกว่าๆ พ่อว่าก็ดีนะ
ไม่เจ็บคอเท่าไหร่ แล้วก็กินข้าวได้ กินผลไม้ได้ ดูมวย แล้วก็ลุ้นมวยได้เหมือนเดิม 555  

เพื่อนๆ ทั้งแม่ และพ่อ หลานๆ ที่รู้ข่าว ก็มาเยี่ยม ใครมีสูตรยาดีก็มาบอก บางคนก็เอา
มาให้จนรับแขกกันไม่เว้นแต่ละอาทิตย์ พ่อยังบอกเลยว่า พ่อกินยาหลายขนานมากเลย
ใครว่าดีกินหมด แล้วถ้าตายไปหมอจะสันนิษฐานถูกไม๊ว่า พ่อตายด้วยยาขนานไหน
(ยังอุตส่าห์ มีอามรมณ์ขัน)  ตอนนี้เท่าที่ดูโดยรวมๆ พ่อก็เหมือนเดิม และเป็นคนมีวินัย
ในการกินยามากเค้าจะจดไว้หมดว่า กินอันไหนก่อน หลัง ไม่เคยพลาด

ดีใจที่พ่อไม่เครียด ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องหาย เพราะพ่อบอกว่า ขอให้พ่อไม่เจ็บคอ
พ่อก็โอเคแล้ว บางทีนั่งมองพ่อตอนเผลอๆ แล้วก็แอบถอนใจ แอบคิดว่า พ่อดูไม่เหมือน
คนป่วยเลยอยากให้พ่ออยู่แบบนี้ไปอีกนานๆ เพราะฉะนั้นเราก็พร้อมที่จะดูแลกันต่อไป
อีกนานๆๆ เนอะพ่อเนอะ 
ตอนนี้เริ่มบ่นคิดถึง อิงค์ อัยย์ เพราะส่งไปอยู่ใต้เกือบเดือนแล้ว ตั้งแต่น้ำเริ่มท่วม
บอกว่าไปรับมาเหอะ พ่อคิดถึงแล้ว บ้านเงียบมาก ไม่มีใครเถียงด้วยเหงา

 

     Share

<< พัทยาแบบสั้นๆอ้วนกลม >>



timetopost
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 


เป็นกำลังใจให้คุณตาคะพี่โม
ถ้ามีกำลังใจเข้มแข็ง ดูแลสุขภาพ กินอาหารที่เป็นประโยชน์
สุขภาพจิตดี หลินเชื่อว่าถึงแม้โรคนี้ไม่หายไป แต่ก็อยู่กับเราได้
ไม่ทำให้เราป๋วยไปมากกว่าเดิมจ้ะ

ยาวิเศษอีกอย่าง คือ หลานๆ นี่แหละจ้ะพี่โม

คุณพระคุ้มครองคุณตาและครอบครัวพี่โมทุกคนนะคะ
ลูกสาวกำนัน   
Fri 18 Nov 2011 10:32 [1]