Untitled Document
 
 
 
• เข้า รพ.ครั้งที่ 2 •
 

หลังจากที่พบว่าพ่อมีเพื่อนชื่อมะเร็ง พ่อก็อยู่แบบสุขบ้างทุกข์บ้าง แต่อาศัยความเฮฮาของทุกๆคนในครอบครัว ทำให้พ่อไม่เคยบ่น ไม่เคยร้องโอดโอยว่าเจ็บตรงนั้น เจ็บตรงนี้ พ่อไม่เคยบ่นให้แม่ได้ยิน หรือ ไม่เคยบ่นให้ลูกหลานได้ยินว่าเจ็บ แม่บอกว่าบางทีพ่อเผลอๆ แม่หันไปมอง พ่อจะนั่งลูบคอไปมา คงเป็นเพราะเจ็บมากๆ นั่นแหละ จนสุดท้ายเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาพ่อเริ่มกินอะไรไม่ได้ แม้กระทั่งข้าวต้ม หรือ โจ๊กเหลวๆ พ่อบอกว่ากลืนไม่ลงเลย สำหรับยาเม็ดไม่ต้องพูดถึงต้องบดแล้วบดอีก ถ้าฉีดเข้าเส้นได้คงฉีดแล้ว น้ำผลไม้หรือยาน้ำ ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะกินได้ พ่อบอกว่า”พาพ่อไป รพ.จุฬาภรณ์ดีกว่า ลองไปเช็คดูอีกรอบ เผื่อการรักษาของ ที่นี่จะแตกต่างไปจาก รพ.รามา แต่เราคิดว่าที่ไหนมันคงไม่ต่าง เพราะหมอเค้าก็คงเรียนตำราเดียวกัน แต่ก็พาไป โชคดีที่พ่อเคยไปตรวจคัดกรองมะเร็งที่ รพ.นี้ไว้ก่อนเล้ว เลยไม่ต้องเสียวเวลามากนัก หลังจากพบหมอเฉพาะทางด้านคอ ก็เริ่มมีการนัดตรวจ xray เจอหมอหลายๆคน เนื่องจากต้องมีการประเมินร่างกายเพราะอายุมากแล้วสรุปว่า

1.ต้องส่องกล้องเข้าไปตรวจภายในคอและตัดชิ้นเนื้อออกมาตรวจโดยละเอียด
2.ต้องผ่าตัดทางหน้าท้อง เพื่อเสียบสาย และให้อาหารผ่านทางสายเข้าไปสู่กระเพาะอาหาร เนื่องจากพ่อกินอะไรไม่ได้ จึงต้องใช้วิธีนี้

ตอนนี้แม่และเรา ต้องไปเรียนวิธีให้อาหารทางสาย และวิธีทำอาหารเหลว เพื่อให้คนป่วยได้สารอาหารครบถ้วน  แกล้งแซวพ่อว่า “วันไหนอยากกินแกงไตปลา หรือ แกงเหลืองบอกนะ จะปั่นให้ละเอียดแล้วใส่ลงไปให้” แต่ลืมไปว่าพ่อคงไม่ได้ลิ้มรส แต่แค่ได้กลิ่น เพราะอาหารไม่ผ่านช่องปาก และคอ

ตอนนี้ผลชิ้นเนื้อยังไม่ออก แต่หมอพูดหลังจากที่ส่องกล้องตรวจ และดูจากผล xray com ว่าโอกาสเป็นมะเร็งสูง ซึ่งทั้งเราและพ่อรู้อยู่แล้ว ว่าเป็นแน่ๆ และวิธีการรักษาต้อง ใช้วิธีฉายแสง ควบคู่ไปกับการรักษาด้านอื่นๆ  แต่หมอที่นี่กับรามา ต่างกันคือ  ของรามา ต้องถอนฟังผุออก แล้วถึงจะฉายแสง ซึ่งหมอเจอฟันผุ 6 ซี่ เป็นสิ่งที่พ่อไม่อยากทำ เพราะพ่อกลัวไม่หล่อ กลัวแก้มตอบ 555 แต่ของรพ.จุฬาภรณ์ หมอไม่ถอน หมอพาไปขูดหินปูน แล้วก็จะอุดฟันให้วันที่ 29 นี้ หลังจากนั้น จะเริ่มวิธีการฉายแสง ซึ่งการฉายแสงต้องทำทุกวัน ภายใน 1 อาทิตย์ ต้องฉายให้ได้ 5 วัน แล้วถ้าครบกำหนด แล้วหลังจากนั้น ต้องมาดูว่าผลการฉายแสงเป็นยังไง แล้วก็อาจมาสู่การทำคีโม  ทุกๆคนแปลกใจว่า ทำไมอยู่ๆพ่อถึงยอมที่จะฉายแสง เพราะตอนแรกจากที่ รพ.รามา พ่อเซนต์เอกสารไปแล้ว ว่าพ่อไม่ขอรับการรักษาแบบฉายแสง เราก็เลยบอกว่า เป็นเพราะตอนนี้พ่อเจ็บในคอมาก ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตามที่ทำให้หายเจ็บได้ พ่อทำได้หมด  ขนาดตอนที่อยู่ในห้องหมอ พ่อบอกหมอว่า ไม่ไหวแล้วครับ เจ็บไปหมด อยากให้ตัดออกให้หมด จะได้ไม่เจ็บ หมอยังขำเลยบอกว่า ใจเย็นๆค่ะคุณลุง  

ตอนนี้ก็ยังนอนหล่ออยู่ที่รพ.เวลารู้ว่าใครจะมาเยี่ยม จะต้องบอกว่า “หยิบกระจก กับหวีให้หน่อย เดี๊ยวไม่หล่อ”แล้วก็ขำมากวันที่ ลุกขึ้นจากเตียงแล้วมองเห็นตัวเองในกระจก พูดว่า”ทำไมมันแก่ และเหี่ยวขนาดนี้”แม่เลยบอกว่า ระลึกไว้นะว่าตัวเองน่ะ จะ 80 อยู่ปีหน้านี่แล้ว จะมาทำตัวเป็นจิ๊กโก๋เหมือนสมัยก่อนไม่ได้แล้ว

พ่อเป็นคนไข้อารมณ์ดี มีมุขตลอด จนพยาบาลบอกว่า นี่ขนาดป่วยนะคะลุง เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมามีหลานๆมาจากใต้ พากันมาเยี่ยม เป็นที่ครื้นเครงเฮฮา พ่อดูมีความสุข หน้าตาสดชื่น เป็นห้องคนป่วยที่มีคนมาเยี่ยมเยอะมาก แต่ก็บ่นอยากกลับบ้าน คิดถึงบ้านเริ่มเบื่อ 

กลับมาบ้านแม่พูดว่า ไม่รู้พ่อจะอยู่กับเราได้นานแค่ไหนเนอะ แต่เราก็ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ลูกๆหลานๆ จะได้ไม่มาว่าเราได้ว่าเราไม่ดูแล ไม่รักษา ก็เลยบอกว่า ไม่มีใครคิดอย่างนั้นหรอกแม่ เพราะทุกๆคนรู้อยู่แล้วเราทำทุกอย่าง เท่าที่เราจะทำได้ ไม่ว่าเค้าจะอยู่กับเราอีกนาน หรือไม่นานก็ตาม

ปีใหม่ปีนี้ไม่ขออะไร ไม่อยากได้อะไร ขอให้พ่อไม่เจ็บ ไม่ทรมาน ขอให้ทุเลาจากอาการเจ็บ ขอให้กลับมากินข้าวได้ กินผลไม้ได้เหมือนเดิม ไชโย ไชโย  

     Share

<< อลหม่านเปิดเทอมมนุยษ์ไฟฟ้า >>



timetopost
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 


มิน่าพอลล่าถึงเป็นคนฮาๆ ที่แท้ก็ลูกไม้ใกล้ต้นนี่เอง :D

เอาใจช่วย ขอให้การรักษาได้ผลดีเลิศนะคะ ขอให้หายเร็วๆ จะได้กลับมาลิ้มรสอาหารโปรดได้อีกครั้ง

สวัสดีปีใหม่นะคะ ^^
P'มาดี   
Mon 26 Dec 2011 9:12 [2]

ขอให้คุณตาหายป่วยเร็วๆนะคะพี่
กำลังใจสำคัญที่สุด คุณย่าของเมย์ก็มีเพื่อนชื่อมะเร็งเหมือนกันค่ะ ใช้เวลารักษาอยู่เกือบปี แต่ตอนนี้เจ้าเพื่อนคนนั้นไม่กลับมาหาแล้วล่ะค่ะ ยังไงฝ้ายขอเป็นกำลังใจให้พี่โมและครอบครัวนะคะ

Happy new year to you and your family ด้วยค่ะ
Fai   
Mon 26 Dec 2011 9:09 [1]