Untitled Document
 
 
 
• ว่ากันด้วยเรื่อง รร. ล้วนๆๆ •
 

ดองไว้นาน เดือนกว่า ไม่ใช่ไม่มีอารมณ์เขียน แต่เหมือนมันไม่ค่อยได้มีเวลาเป็นของตัวเองเท่าที่ควร หลากหลายเรื่องราว จำได้บ้าง ลืมไปบ้าง เปิดไปเปิดมาเหลือเวลาการเป็นสมาชิกอีกแค่ 4 วัน งั้นก็เริ่มเลยแล้วกัน

เรื่องการเรียน summer ของอัยย์ มีเรื่องให้ได้ ให้โดน ให้แม่ได้เหวี่ยง อัยย์ลงเรียนไวโอลิน+ว่ายน้ำซึ่งไม่ได้เรียนวิชาการเลย แต่ครูดันมาพาอัยย์ไปเรียนวิชาการ แล้ว 10โมงถึงจะปล่อยลงมาเรียนไวโอลินแล้วอยู่ๆก็มีจดหมายมาทวงค่าเรียนวิชาการ 3900 บาท แม่ก็เลยจัดการโทรไปที่ รร.เลยว่า อัยย์ไม่ได้ลงคอร์สวิชาการ  แล้วทำไมต้องมาทวง แล้วทำไมเราต้องจ่าย เพราะทุกอย่างจ่ายไปหมดแล้ว และเก็บใบเสร็จไว้ด้วย ห้องการเงินก็เลยขอไปตามล่าหาความจริงมาก่อนว่า เกิดอะไรขึ้น ซึ่งแม่ก็ได้อธิบายกับเค้าไปหมดครบทุกขั้นตอน แม้กระทั่งตอนที่แม่ถามครูว่า เด็กที่ไม่ได้เรียนวิชาการแล้วมา รร.ด้วย รถตู้ จะไปอยู่ที่ไหน เพราะจะไม่ได้เข้าไปที่ห้องเรียน ซึ่งครูก็บอกว่า จะมีครูมาพาไปห้องสมุด แล้วพอถึงชั่วโมงที่ต้องเรียนอะไร ก็จะบอกแล้วเด็กๆ ก็จะไปห้องที่เรียนวิชาดังกล่าวเอง

แม่ก็ย้ำกับอัยย์ว่า ต้องเรียนอะไรกี่โมง อย่าสาย อย่าช้านะคะ แล้วตอนเย็นเจอกันที่บ้าน แม่ก็จะถามทุกวัน ว่าวันนี้เป็นไง เรียนอะไรยังไงบ้าง อัยย์ก็บอก ว่าเช้าไปที่ห้องครูสอนภาษาอังกฤษ กับภาษาไทย แล้วหลังจากนั้น 10 โมงก็ไปเรียนไวโอลิน แม่ก็เลยถามว่าอ้าวแล้วไปที่ห้องทำไม เพราะอัยย์ไม่ได้เรียนวิชาการ อัยย์บอกว่า ครูให้เข้าไปอยู่ในห้อง (ข้อมูลเริ่มผิดพลาด จากห้องสมุดกลายเป็นห้องเรียน)

สรุปสุดท้าย ที่มาที่ไป คือ ครูกลัวเด็กจะผลัดหลง เลยจับเข้าห้องเรียน ไปๆมาๆ ก็เลยมาขอเก็บเงินค่าเรียนกับแม่ แต่แม่ไม่ยอมจ่าย เพราะแม่ก็ยืนยันว่า แม่ไม่ได้สมัครให้เรียนวิชาการ(ผิดไม๊หว่า) พี่อิงค์สรุปว่า อัยย์นั่นแหละที่ไม่ชัดเจน ทำไมไม่บอกครูไปว่า อัยย์ไม่ได้ลงเรียนวิชาการ เพราะฉะนั้นไม่ต้องให้น้องอัยย์เข้าห้องเรียนนะคะ แต่เข้าใจได้ว่า ลูกอิชั้นคงทำหน้ามึนเดินไปเรียนกับเค้า แบบไม่ได้คิดอะไร  แต่แม่ก็เข้าใจครูเพราะครูคงกลัวว่าเด็กจะไปในที่ที่ไม่ปลอดภัย เพราะฉะนั้นเอาเด็กมาเก็บไว้ในห้องเรียนดีกว่า

แต่สิ่งนึงที่แม่พูดกับ รร.ว่า ทำไมถึงมีการทวงเงินค่าเรียนไวโอลินและว่ายน้ำอีกในเมื่อแม่จ่ายไปแล้วแถมพอเด็กไปลงเรียนปฎิบัติ ครูก็ยังทวงโดยวาจามาอีก ซึ่งเด็กมาบอกเรา เราก็เสียความรู้สึก แล้วก็จะปรี๊ดแตกว่า ชั้นจ่ายแล้ว จะทวงทำไมอีกเนี่ย  แม่ก็เลยถามทางห้องการเงินว่า “ ไม่ทราบว่า ฐานข้อมูลในการชำระเงินค่าเรียนวิชาต่างๆที่ทางการเงินได้เก็บ และบันทึกข้อมูลไว้ ไม่ได้แจ้งให้ทางครูประจำวิชาทราบหรือค่ะ ว่าเด็กคนไหนจ่ายแล้ว หรือ ยังไม่จ่าย แม่จำได้ว่าพูดไปเยอะ แต่ไม่ได้ใช้อารมณ์ เพียงแค่อยากอธิบายถึงสิ่งที่ได้รับข้อมูลมาว่า มันไม่ถูกต้อง และไม่สมควรเกิดขึ้น

 

มาถึงของพี่อิงค์ก่อนเปิดเทอม มีการ ranking ห้องเรียนใหม่อีกครั้งโดยการเอา GPA ของผลการเรียน 2 เทอม มาดูแล้วก็เรียงห้องใหม่ กว่าจะสรุปได้เล่นเอา ผปค.คนอื่นๆ และโรงเรียน เกือบจะตีกันตาย แต่เนื่องจากแม่เฉยๆ กับเรื่องนี้ เพราะคิดว่าทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับลูกเรา อยู่ห้องไหน กับใครก็อยู่ไปเหอะแต่สิ่งนึงจากประสบการณ์ของตัวเอง สมัยก่อนนู้นนนนนนนนน เรียน ม.1-ม.3 เพื่อนห้องเดียวกันตลอด ทำให้รักกัน ช่วยเหลือกัน ยังคบหาดูใจ กันมาถึงปัจจุบัน  แต่ ณ.ตอนนี้ นโยบายของ รร.บาง รร.อาจเปลี่ยนไป คละห้องทุกปี เด็กๆก็กลับหา ไปกินข้าว กับเพื่อนห้องเก่าอยู่ดี กับเพื่อนใหม่ๆ ไม่ค่อยรู้จัก บางคนจบเทอม 1 ยังไม่เคยได้คุยกัน แต่รู้ว่า เรียนห้องเดียวกันนี่แหละ
ปีนี้ ม.3 แม่เสนอหน้า และเสนอตัวเป็นคนทำทะเบียนนร.ในห้องเรียนให้กับทางเครือข่าย คงต้องได้เข้าประชุม เดือนละครั้งแน่ๆ  วันที่ไปประชุม ผปค.และมอบตัว พี่อิงค์ตรวจผมไม่ผ่าน (แม่ว่าสั้นมากแล้ว ยังไม่ผ่าน) ต้องไปตัดใหม่หน้า รร. เสียไป 30 บาท ถึงจะได้มอบตัว อย่างถูกระเบียบ พี่อิงค์เล่าให้ฟังว่า ครูประจำชั้นเห็นหน้าอิงค์ แล้วบอกว่า
“หน้าตาเรียบร้อยนะเนี่ย ขอให้เรียบร้อยทั้ง 2 เทอม” อิงค์ถามแบบขำกับแม่ว่า อยากทำหน้าผิดระเบียบบ้าง ทำไงล่ะค่ะแม่  ลุงยามว่า “ทำหน้าอย่างแม่ไง ผิดระเบียบตลอด” แหมๆๆ อิชั้นเลยสวนว่า ผิดระเบียบแบบอ้วน สวย เนี่ยทำยากนะคะ จะบอกให้

 

     Share

<< ย้อนหลังวันเกิดเหนื่อยเน้อ เออ เห้อ >>



timetopost
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 


อ่านแล้วต้องแจมของเรามั่ง 555 เมื่อเดือนธันวา ที่โรงเรียนเต้นของปุ่นก็โทรมาทวงค่าเรียนกับพี่ วันแรกบอกว่าให้ช่วยมาจ่ายเงินด้วย เราก็บอกว่าจ่ายไปแล้วนะ เค้าบอกเรียนครั้งหน้าเอาหลักฐานมาโชว์ด้วย ก็รับปาก รุ่งขึ้น โทรมาอีก เราก็บอกเมื่อวานคุณก็โทรมาทีนึงแล้ว ก็บอกว่าจ่ายแล้ว วันไปเรียนจะเอาเอกสารการชำระเงินไปยืนยัน วันที่สาม เป็นอีกคนโทรมา พี่โมโหมาก ก็บอกว่าก่อนหน้านี้มีคนโทรมา 2 ครั้งแล้ว ตกลงคุณมีค่าที่ต้องจ่ายกี่อย่าง เราจ่ายไป2อย่างแล้วทั้งค่าเรียนและค่าสอบ มีอะไรที่ต้องจ่ายเพิ่มจากนี้อีกเหรอ เค้าบอกไม่มี พี่ย้ำอีก ยืนยันว่าจ่ายแล้ว ถัดมาอีกวัน โทรมาอีก ตอนนั้นพี่อยู่กับลูกค้าตปท. 2 คน + คนขับรถ ฉุนขาดเลย บอกคนขับรถ จอดรถทันที แล้วเฉ่งไปว่า ไม่เข้าใจ คุณจะโทรมาทำไมทุกวัน แล้วคุยอะไรไปจำไม่ได้เลยเหรอ ดิชั้นรู้สึกแย่มากๆเลยนะเนีย เค้าก็อ่อยๆขอโทษ แต่แบบเราระเบิดแล้วอ่ะ โครตไร้สาระเลย แถมทำงานก็ไม่มีระบบ ถามแล้วถามอีก (โรงเรียนเค้าสอนดีมากนะ นี่ตำหนิจนท.ที่ทำงานน่ะ) เหมือนเค้าอาจจะเงินหาย เงินไม่ครบ พยายามหา แล้วก็มาจ้ำจี้จ้ำไชซ้ำๆซากๆกะเรา ..... ลูกค้าพี่งงเลย อยู่ๆยายนี่องค์ลง บอกเค้าขอเวลานอกเฉ่งจนท.โรงเรียนพิเศษของหลานก่อน ฮ่าฮ่า
มาดี   
Fri 25 May 2012 16:49 [2]

อ่านแล้วเหนื่อยแทนแม่โมๆ
แต่อย่างว่าค่ะ การศึกษาของลูกต้องจัดเต็มเนอะๆ

อยากเห็นน่าตาที่ว่าผิดระเบียบ ฮี่

:)
zam*   
Thu 24 May 2012 11:48 [1]